การดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อความเสี่ยงมะเร็งอย่างไร
แนวทางด้านโภชนาการใหม่ของสหรัฐฯ ที่เพิ่งประกาศออกมาในเดือนมกราคมปี 2026 โดยรัฐบาลทรัมป์ ได้เปลี่ยนจากการกำหนดเพดานการดื่มที่ชัดเจน มาเป็นการแนะนำสั้นๆ เพียงว่า "ควรดื่มให้น้อยลง" แทน
หน่วยงานระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) จัดให้แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็งมาตั้งแต่ปี 1987 และหลักฐานจากทั้งในมนุษย์และสัตว์ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยรายงานล่าสุดจากนายแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ (Surgeon General) เมื่อเดือนมกราคม 2025 ระบุว่าความเสี่ยงมะเร็งจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามปริมาณการบริโภค
มะเร็งชนิดไหนบ้างที่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์?
หลักฐานที่แน่นหนาที่สุดชี้ว่าแอลกอฮอล์เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งใน 7 จุดหลัก ได้แก่ เต้านม, ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก, หลอดอาหาร, ตับ, ช่องปาก, ลำคอ และกล่องเสียง
สำหรับมะเร็งเต้านม ช่องปาก และลำคอ ความเสี่ยงอาจเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่การดื่มเพียง 1 แก้วหรือน้อยกว่านั้นต่อวัน รายงานยังแนะนำด้วยว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ไวน์ หรือเหล้า ควรมีฉลากคำเตือนว่าการดื่มเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง
แนวทางโภชนาการพูดถึงเรื่องนี้อย่างไร?
ทางการสหรัฐฯ นิยามคำว่า "1 ดื่ม" (One Drink) คือ เหล้า 1.5 ออนซ์, ไวน์ 5 ออนซ์ (แอลกอฮอล์ 12%) หรือเบียร์ 12 ออนซ์ (แอลกอฮอล์ 5%)
ในขณะที่แนวทางเดิมเคยแนะนำว่าผู้ชายไม่ควรเกิน 2 ดื่ม และผู้หญิงไม่ควรเกิน 1 ดื่มต่อวัน แต่แนวทางใหม่ปี 2025-2030 กลับตัดตัวเลขเหล่านี้ทิ้งและใช้คำแนะนำกว้างๆ ว่า "บริโภคแอลกอฮอล์ให้น้อยลงเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นโดยรวม"
แอลกอฮอล์ทำให้เกิดมะเร็งได้อย่างไร?
รายงานจากนายแพทย์ใหญ่เน้นย้ำถึง 4 กลไกหลัก:
ทำลาย DNA: ร่างกายจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็น "อะเซทัลดีไฮด์" (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำลาย DNA และขัดขวางไม่ให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง จนนำไปสู่การกลายพันธุ์และเกิดเนื้องอก
การอักเสบและอนุมูลอิสระ: กระบวนการเปลี่ยนอะเซทัลดีไฮด์เป็นอะซิเตตจะสร้างโมเลกุลออกซิเจนที่ไม่เสถียร ซึ่งทำลายเซลล์และกระตุ้นการอักเสบที่ก่อมะเร็ง
ตัวทำละลายสารพิษอื่น: แอลกอฮอล์ช่วยให้สารก่อมะเร็งจากแหล่งอื่น (โดยเฉพาะควันบุหรี่) ละลายและซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น
กระตุ้นฮอร์โมน: การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความเสี่ยงมะเร็งเต้านมและรังไข่
ทำไมอวัยวะบางส่วนถึงเสี่ยงมากกว่า?
ในช่องปากและหลอดอาหาร แอลกอฮอล์จะไประคายเคืองและทำลายเยื่อบุที่คอยปกป้องเซลล์จากสารก่อมะเร็ง ส่วน "ตับ" คือด่านหน้าในการย่อยแอลกอฮอล์ ทำให้ต้องเจอกับสารอะเซทัลดีไฮด์เข้มข้นสูง จนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และกลายเป็นมะเร็งตับในที่สุด นอกจากนี้การอักเสบจากแอลกอฮอล์ยังเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับอ่อนด้วย
ปริมาณการดื่มมีผลแค่ไหน?
ความเสี่ยงจะสูงขึ้นตามปริมาณที่ดื่ม รายงานคาดการณ์ตัวเลขไว้ดังนี้:
ผู้ชาย: ใน 100 คน ถ้าดื่มน้อยกว่า 1 แก้ว/สัปดาห์ จะมีโอกาสเป็นมะเร็ง 10 คน, ถ้าดื่มเฉลี่ยวันละ 1 แก้ว จะเพิ่มเป็น 11 คน, และถ้าวันละ 2 แก้ว จะเพิ่มเป็น 13 คน
ผู้หญิง: ความเสี่ยงมะเร็งเต้านมเพิ่มจาก 11 คน (ดื่มน้อยกว่า 1 แก้ว/สัปดาห์) เป็น 13 คน (วันละ 1 แก้ว) และพุ่งเป็น 15 คน (วันละ 2 แก้ว) ต่อประชากร 100 คน
แอลกอฮอล์มีข้อดีบ้างไหม?
รายงานจาก National Academies of Sciences เมื่อมกราคม 2025 สรุปว่าการดื่มในระดับ "พอประมาณ" (Moderate) มีความสัมพันธ์กับอัตราการเสียชีวิตโดยรวมที่ต่ำกว่าคนที่ไม่ดื่มเลย โดยพบหลักฐานว่าการดื่มแต่พอดีอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจขาดเลือดและอัมพาตได้ แม้ว่ามันจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งก็ตาม
การดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อความเสี่ยงมะเร็งอย่างไร
-
tipsforthai
- โพสต์: 56
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ ธ.ค. 29, 2025 8:14 am